Danee's profileWindows Live SpacesPhotosBlogGuestbookMore Tools Help

Blog


    April 21

    ความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา

     

    กัมพูชา.JPG

     

    ความสัมพันธ์ทั่วไป

    ปัจจุบันความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา นับได้ว่ามีพัฒนาการที่ก้าวหน้า และดำเนินไปบนพื้นฐานของความเข้าอกเข้าใจกัน โดยมีกรอบความร่วมมือต่าง ๆ เป็นพลังขับเคลื่อนความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong  Economic  Cooperation Strategy - ACMECS) กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region - GMS) กรอบความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกต มติที่ประชุม คณะรัฐมนตรีร่วมไทย - กัมพูชา (ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2546) ที่เมืองเสียมราฐ และจังหวัดอุบลราชธานี (ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์แบบ ภายหลังการเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ ในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2546) และมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 5 ที่กรุงพนมเปญ (ระหว่างวันที่ 7 - 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549) นอกจากนี้ ยังมีกลไกความร่วมมืออีกมาก ทั้งในระดับรัฐบาล และระดับท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

    ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชาที่สำคัญในปัจจุบัน และถือเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ ได้แก่ การจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 55 ปี ของการสถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - กัมพูชา (ระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2548 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2549) โดยมีกิจกรรมที่ทั้งสองฝ่ายฉลองร่วมกันกว่า 40 โครงการ ซึ่งหลายโครงการได้ดำเนินการลุล่วงไปแล้ว และประสบความสำเร็จด้วยดี

     

    แนวโน้มความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา

    เมื่อพิจารณาจากพัฒนาการของความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างไทยกับกัมพูชา นับจากต้นปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในทุกสาขาและทุกระดับ น่าจะพัฒนาต่อไปได้อย่างราบรื่น โดยมีกรอบความร่วมมือ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ตามข้างต้นเป็นกลไก          ขับเคลื่อนที่สำคัญ อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์และความร่วมมือไทย - กัมพูชา อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัย และสภาพแวดล้อมทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมภายในกัมพูชา ได้เช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาเสถียรภาพ ทางการเมืองภายในและการถดถอยทางเศรษฐกิจ เนื่องจากวิกฤติการณ์ด้านพลังงานและปัจจัยแทรกซ้อน อื่น ๆ เช่น โรคระบาด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การก่อการร้าย เป็นต้น

     

    กลไกความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา

                    กัมพูชามีพรมแดนทิศเหนือติดกับประเทศไทยในจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด ทิศใต้ติดกับอ่าวไทย ไทยและกัมพูชาได้สถาปนาความสัมพันธ์ในวันที่  19  ธันวาคม  2493  โดยมีกลไกความสัมพันธ์ทวิภาคีหลายฉบับ  ได้แก่

          ì คณะกรรมการว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย - กัมพูชา (Joint   Commission : JC) โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม ทำหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ทวิภาคีในภาพรวม  มีการประชุมประจำปี

    ì คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Bolder Committee : GBC) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม ทำหน้าที่ดูแลส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ

          ì คณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน (Border Peace Keeping Committee : BPKC) มีผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุดทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม ทำหน้าที่กำกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป

    ì คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee : JBC) ที่ปรึกษาว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานฝ่ายไทย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงตัวแทนนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายกัมพูชา ทำหน้าที่กำกับดูแลภารกิจ การสำรวจ ปักปัน และแก้ปัญหาเขตแดนทางบก

    ì คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) มีแม่ทัพภาคในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน และความร่วมมือระดับท้องถิ่นทั้งสองฝ่าย มีการประชุมปกติปีละ 2 ครั้ง

    ì คณะกรรมการการค้าร่วม (Joint Trade Committee : JTC) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม ทำหน้าที่ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน

     

    ความตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชา

    ความตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุนที่สำคัญทั้งหมด เป็นความ       ตกลงระหว่างภาครัฐบาลกัมพูชาต่อรัฐบาลไทย ได้แก่

    ìความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการว่าด้วยความร่วมมือไทย - กัมพูชา (JC) ลงนามเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2537

    ì ความตกลงว่าด้วยการค้า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ ลงนามเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2537

    ì ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ลงนามเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2538

    ìความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย
    และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ลงนามวันที่ 29 มีนาคม 2538

    ìความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรจักรกัมพูชาว่าด้วย การจัดตั้งคณะกรรมการชายแดน ลงนามวันที่ 29 กันยายน 2538

    ìความตกลงว่าด้วยการค้า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ลงนามวันที่ 20 มิถุนายน 2539

    ì ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชา  ลงนามวันที่  1  กุมภาพันธ์   2543

    ìบันทึกความเข้าใจเพื่อการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย - กัมพูชา (MOU เพื่อจัดตั้ง JTC) ลงนามเมื่อวันที่  22  พฤษภาคม    2543

    ìความตกลงร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ

    ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

    ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

    ไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจในหลายมิติ ทั้งในกรอบ WTO, APEC, ASEAN, GMS (Great Mekong Sub-region), ACMECS (Ayeyawady – Chao Phraya Mekong Economic Cooperation   Strategy) ฯลฯ  และทวิภาคี โดยสาระในกรอบ WTO, APEC  และ ASEAN จะเป็นเรื่องการจัดระบบและระเบียบทางการค้า และความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม  และสาธารณะสุขในลักษณะเป็นสากล  ซึ่งมีแหล่งข้อมูลที่ชัดเจนแพร่หลายอยู่แล้ว ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะความร่วมมือในกรอบ GMS และ ACMECS โดยสรุปดังนี้

    GMS (Great Mekong Sub-region)  ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2535 โดยความช่วยเหลือของธนาคารเพื่อพัฒนาเอเชีย  (ADB )  มีสมาชิก 6 ประเทศประกอบด้วย กัมพูชา จีน (มณทลยูนาน) ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม ครอบคลุมพื้นที่ 2.3 ล้านตารางกิโลเมตร และประชากร 250 ล้านคน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ ลดความยากจน สร้างโอกาสแก่ประชาคมจากการร่วมมือซึ่งมี 9 ด้าน คือ การค้า-การลงทุน  การเกษตร การอุตสาหกรรม การคมนาคม การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพลังงาน  การสื่อสาร   และสิ่งแวดล้อม   สัมฤทธิผลที่เกิดจากความร่วมมือประกอบด้วย

     

     

     

    ความสัมพันธ์ด้านการค้า

    ความสัมพันธ์การค้าไทยกับกัมพูชามีความตกลงและความร่วมมือทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน ดังนี้

    ภาครัฐบาล

    ì ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการว่าด้วยความร่วมมือ (JC) ไทย กัมพูชา ลงนามเมื่อวันที่  13  มกราคม   2537   คณะกรรมาธิการว่าด้วยความร่วมมือไทย กัมพูชา  (JC) มีการประชุม        ไปแล้ว 5  ครั้ง  ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2543   จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา
         
    ìความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ลงนามเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2538
         
    ìความตกลงว่าด้วยการค้า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และวิชาการระหว่างไทย - กัมพูชา ลงนามเมื่อวันที่  20  มิถุนายน   2539

    ìบันทึกความเข้าใจเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า ไทย กัมพูชา (MOU เพื่อจัดตั้ง JTC) ลงนามเมื่อวันที่  22  พฤษภาคม   2543

    ìคณะกรรมาธิการว่าด้วยความร่วมมือไทย - กัมพูชา (JC) มีการประชุม ไปแล้ว 5 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 - 10 กุมภาพันธ์ 2549 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

    ìบันทึกความเข้าใจเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย กัมพูชา ครั้งที่ 1 (MOU เพื่อจัดตั้ง  JTC)  ลงนามเมื่อวันที่ 8 มีนาคม   2547   โรงแรมมิราเคิลแกรนด์  กรุงเทพฯ

    ภาคเอกชน

    บันทึกความเข้าใจเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการร่วมฯระหว่างคณะกรรมการร่วมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมไทย และสมาคมธนาคารไทยกับหอการค้ากัมพูชา (MOU on Establishing Thai-Cambodia Joint Standing Committee between Joint Standing Committee on Commerce, Industry and Banking of Thailand and The Cambodia Chamber of Commerce ) ภายใต้กรอบ ACMECS

     

    ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว

    ไทยได้เร่งรัดการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการผ่านเข้าออกระหว่างประเทศในกลุ่ม ACMECS เพื่อลดข้อจำกัดในการทำหนังสือเดินทางบุคคล หรือวีซ่า เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวทั้งในประเทศระหว่างภูมิภาคและกับประเทศนอกภูมิภาค จากการประชุม ACMECS การท่องเที่ยวได้อนุญาตให้ผู้เดินจากภายนอก ACMECS สามารถประทับลงตราครั้งเดียวเที่ยวได้ทั่ว ACMECS (Joint  Visa/Single  Visa) ซึ่งจะส่งผลให้คนชาติอื่นมาเที่ยวในภูมิภาคมากขึ้น และคนไทยไปเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น เป็นการสร้างมูลค่า สร้างรายได้ให้กับประเทศในภูมิภาค

     

     

    ความสัมพันธ์ด้านการศึกษา

    ความตกลงไทย-กัมพูชาด้านการศึกษา คือ ความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Memorandum  of Understanding on Cooperation in Education between the Ministry of Education of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Education, Youth and Sports of the Kingdom of Cambodia)  ลงวันที่  31  พฤษภาคม   2546

          ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แก่กัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาด้านการศึกษา ได้พระราชทานวิทยาลัยกำปงเฌอเดียล ตั้งขึ้นที่ ตำบลซ็อมโบร์ อำเภอประสาทซ็อมโบร์ จังหวัดกำปงธม และได้เสด็จพระราชดำเนินทางเป็นองค์ประธานพิธีเปิดวิทยาลัย ในวันที่ 10  พฤศจิกายน  2548 โดยสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นผู้รับมอบ กำเนิดของโรงเรียนพระราชทานแห่งนี้เพื่อให้การศึกษาแก่เยาวชนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อสังคมกัมพูชา และสังคมโลกสืบต่อไป นักเรียนจะมีความรู้ความสามารถด้านวิชาการ ที่สามารถจะนำความรู้ไปทำอาชีพปฏิบัติงานต่าง ๆ ได้ และสามารถศึกษาต่อในระดับขั้นที่สูงขึ้นได้ สาขาวิชาชีพที่เปิดสอนได้แก่ การเกษตร การซ่อมเครื่องยนต์ ตัดเย็บเสื้อผ้า และ นาฏศิลป์ ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่

     2.JPG

     

    ด่านปอยเปตเป็นทางผ่านที่ใหญ่ที่สุดจากไทยไปยังกัมพูชา อีกไม่นานนักท่องเที่ยวที่ขอวีซ่าเข้าไทยจะสามารถเดินทางต่อไปยังกัมพูชาได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศนั้นอีก ไทย-กัมพูชา กำลังจะเซ็นความ ตกลงเรื่องนี้

    กำลังทหารและตำรวจยังตรึงบริเวณด่านชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อควบคุมสถานการณ์และไม่อนุญาตให้ชาวกัมพูชาเข้ามาในเขตแดนไทยเพราะเกรงจะเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น